3 อำเภอในปราจีนฯเดือดร้อน แล้งลามหนัก เจอน้ำเค็มหนุนซ้ำ กินใช้ไม่ได้

201603051531201-20021028190330

วันที่ 5 มีนาคม ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดปราจีนบุรี รายงานสถานการณ์ภาวะภัยแล้ง จ.ปราจีนบุรีประสบปัญหาภัยแล้งในภาพรวม 2 ส่วนคือพื้นที่ขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภคตอนบนแถบ อ.กบินทร์บุรีกับพื้นที่ตอนล่าง อ.บ้านสร้าง, อ.เมืองปราจีนบุรี จากภาวะน้ำเค็มหนุนแม่น้ำปราจีนบุรี ไม่สามารถนำมาใช้อุปโภค-บริโภค ผลิตประปาใช้ประโยชน์ใดๆ ทางการเกษตรกรรมได้ และ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรไม่สามารถนำมาใช้สำหรับผู้ป่วยไตเทียมและล้างเครื่องมือแพทย์ได้

รายงานระบุว่า นายอุกริช  มุ่งโสภา ผวจ.ปราจีนบุรีได้ลงพื้นที่ริมถนนสาย 3452 หรือถนนปราจีนตคาม (ปราจีนบุรี-ประจันตคาม) ตรงข้ามระหว่างห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส (ปราจีนบุรี) กับห้างโฮมโปร (สาขาปราจีนบุรี) ติดการประปาภูมิภาคปราจีนบุรี เพื่อสำรวจบึงบัวหลวงบนเนื้อที่รวมมากกว่า 20 ไร่เศษ

นายอุกริชกล่าวว่า มาสำรวจเพื่อเสนอให้ทาง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร อ.เมืองปราจีนบุรี ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำเค็มหนุนแม่น้ำปราจีนบุรี แล้วประสบปัญหาคือ ขาดแคลนน้ำดิบสะอาดสำหรับใช้กับเครื่องฟอกไตเทียม และล้างเครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งต้องใช้น้ำสะอาดวันละกว่า 40,000 ลิตร ที่ผ่านมาได้รับการแจกจ่ายน้ำสะอาดจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.), กรมน้ำบาดาล และหน่วยทหารในพื้นที่ทั้งกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) และมณฑลทหารบกที่ 12 (มทบ.12) ช่วยสนับสนุนแจกจ่ายน้ำดิบสะอาดนำมาเติมใส่ถังให้ทุกวัน

“แต่เพื่อให้เกิดความยั่งยืนเพื่อให้ทาง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้มีแหล่งน้ำขนาดเล็กในการช่วยเหลือตนเองอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป จึงได้มาดูที่ดินที่เป็นบึงบัวดังกล่าว โดยตรวจสอบแล้วเป็นที่ดินเอกชนรวม 2 ราย ได้แก่ของนายสุชาติ ศรีพาณิชย์ เลขที่ 99/6 หมู่ 4 ต.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เนื้อที่รวมกว่า 5 ไร่เศษ และของ น.ส.ยุวดี   สมบัติทวี แขวงบางจาก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ที่จะเสนอให้ทาง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรขอซื้อแบบบริจาคในการช่วยเหลือกับผู้ป่วยฟอกไตและน้ำเพื่อทางการแพทย์ต่อไป” นายอุกริชกล่าว

นายอุกริชยังกล่าวต่อไปว่า สถานการณ์ภัยแล้ง จ.ปราจีนบุรี ประกอบด้วยภาวะขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค ในพื้นที่ตอนบน คือพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี ปริมาณต้นน้ำในแควพระปรง กับแควหนุมานที่ไหลมาบรรจบรวมกันเป็นแม่น้ำปราจีนบุรี น้ำลดลงในปริมาณสูงนั้น สามารถดูแลแก้ไขได้ในขณะนี้โดยการขอรับการสนับสนุนน้ำจากอ่างเก็บน้ำพระสทึง จ.สระแก้ว ปล่อยน้ำมาตามแควพระปรงวันละ 300,000 ลบ.ม. พร้อมกับล่าสุดได้กำจัดผักตบชวาในหนองน้ำหนองปลาแขยง ที่จะช่วยเหลือบรรเทาปัญหาหน้าแล้งต่อไป

201603051531202-20021028190330

“ส่วนในพื้นที่ตอนล่างเป็นปัญหาภาวะภัยแล้งเนื่องจากน้ำเค็มหนุนสูงจากปากอ่าวไทยผ่าน จ.ฉะเชิงเทรา เข้ามาด้าน อ.บ้านสร้าง และ อ.เมืองปราจีนบุรี โดยพื้นที่ อ.บ้านสร้างขณะนี้ประสบภาวะน้ำเค็มหนุนแม่น้ำปราจีนบุรีทั้งอำเภอ แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ร่วมกับเอกชนและ อ.บ้านสร้างได้เตรียมการณ์ตั้งแต่ต้น โดยนำปัญหาที่เคยเดือดร้อนมาแก้ไข ได้สูบน้ำจากในแม่น้ำปราจีนบุรีในช่วงน้ำยังจืดผ่านคลองชลประทานต่างๆ อาทิ ผ่านเข้าทางประตูน้ำบางพลวง, ประตูน้ำคลองหอทอง เข้ากักเก็บตามคลองชลประทาน, ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ และตามหลุมขนมครกที่ขุดขึ้นเพิ่มเติม กักตุนไว้ให้เพียงพอ และหากภาวะน้ำเค็มหนุนที่ยาวนานเกินยังได้รับการสนับสนุนจากแหล่งน้ำของบริษัทเอกชนช่วยเหลือต่อไปคือบริษัทเครื่องดื่มกระทิงแดง” นายอุกริชกล่าว

นอกจากนี้ รายงานระบุว่า ส่วนในพื้นที่เขต อ.เมืองปราจีนบุรีนั้นได้ประสานในการวางท่อประปาที่จะขอรับการสนับสนุนวางท่อน้ำจากอ่างเก็บน้ำเขาไม้ปล้อง ต.เนินหอม อ.เมืองปราจีนบุรีมาสนับสนุนการประปาภูมิภาค จ.ปราจีนบุรีในการช่วยเหลือตลอดช่วงน้ำเค็มหนุนได้ต่อไป ขณะที่กรณีความขัดแย้งที่ประชาชนในพื้นที่รอบอ่างเก็บน้ำเขาไม้ปล้องไม่ยินยอมให้มีการวางท่อส่งน้ำประปาในเขตพื้นที่ อ.เมืองในการผลิตประปา โดยขอให้ในพื้นที่ได้มีน้ำใช้เพื่อการเกษตรกรรม-อุปโภคนั้น ได้ทำความเข้าใจกับพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่เป็นปัญหาขัดแย้งแต่อย่างใด

ปราจีนบุรีเฝ้าระวังน้ำเค็มรุกซ้ำภัยแล้ง

ปราจีนบุรีเฝ้าระวังน้ำเค็มรุกซ้ำภัยแล้ง
 

ปราจีนบุรี 3 มี.ค.- ภัยแล้งปราจีนบุรีกระทบทั้ง 7 อำเภอ แต่ยังไม่วิกฤติ-รับมือได้   ด้าน ผอ.ชลประทานห่วงปัญหาน้ำเค็มพบค่าเริ่มขยับเตรียมประสานนครนายก-สระแก้วช่วยส่งน้ำผลักดัน

vs160303นายสุรพล เขม้นนามัด  ผู้อำนวยการโครงการชลประทานปราจีนบุรี  เปิดเผยสถานการณ์ภัยแล้งในจังหวัดปราจีนบุรีว่า  จากการเฝ้าระวังผลกระทบในแต่ละพื้นที่พบว่าประสบภัยแล้งทั้ง 7 อำเภอ แต่สถานการณ์ยังไม่วิกฤติ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือ ความเค็มของน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี ล่าสุดค่าเริ่มขยับขึ้นบางพื้นที่ อย่างที่อำเภอบ้านสร้าง วัดได้ 3.163 กรัม/ลิตร  อำเภอเมือง 0.255 กรัม/ลิตร  ขณะที่แม่น้ำบางปะกงเชื่อมกับแม่น้ำปราจีนบุรี วัดค่าน้ำเค็มได้ที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา  19.936 กรัม/ลิตร ทั้งนี้ หากค่าความเค็มเกิน 1 กรัม/ลิตร จะมีผลกระทบต่อการอุปโภคบริโภค ส่วนการเตรียมรับมือได้ประสานกับเขื่อนขุนด่านในการผลักดันน้ำหากเกิดการวิกฤติเค็มจัด  และที่ผ่านมาเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ได้ปล่อยน้ำมาช่วยตั้งแต่วันที่ 22 ธัวาคม – 10 มกราคม รวมทั้งจังหวัดสระแก้วได้ระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำพระสะทึงมาช่วยเช่นกันวันละ 300,000 ลูกบาศก์เมตร

vs160303-004อย่างไรก็ตาม นายสุรพล กล่าวว่า เวลานี้ถือว่ายังไม่วิกฤติ สามารถรับมือได้ แม้ตามแหล่งน้ำจะมีปริมาณน้ำลดลง แต่ยังมีแหล่งน้ำ 3 แห่ง ในเขตอำเภอเมืองสามารถให้การสนับสนุนน้ำช่วยบรรเทาภัยแล้งได้ คือ  อ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ มีปริมาณน้ำ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร  อ่างเก็บน้ำคลองไม้ปล้อง   9.5 ล้านลูกบาศก์เมตร  และอ่างเก็บน้ำของการประปาส่วนภูมิภาคปราจีนบุรี อีก  400,000 ลูกบาศก์เมตร ส่วนการใช้น้ำในระบบประปาที่อำเภอเมือง จะใช้น้ำอยู่ที่ 200,000 ลูกบาศก์ต่อเดือน คาดว่าน้ำที่สำรองจะช่วยให้ผ่านพ้นฤดูแล้งนี้ได้แน่นอน.-สำนักข่าวไทย

แล้งหนัก น้ำเค็มรุกแม่น้ำปราจีนฯ กระทบ ‘ห้องไต’ รพ.อภัยภูเบศร

ภัยแล้งที่ปราจีนบุรี ส่งผลกระทบต่อ ‘ห้องไตเทียม’ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เนื่องจากน้ำเค็มรุกเข้ามาในแม่น้ำ ทำให้น้ำประปาไม่สามารถใช้ฟอกเลือดผู้ป่วย และล้างเครื่องมือได้ ต้องขอสนับสนุนน้ำสะอาดจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน…

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 59 ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร อ.เมืองปราจีนบุรี นายอุกริช พึ่งโสภา ผวจ.ปราจีนบุรี ดร.รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร นายแพทย์จรัญ บุญฤทธิการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร นายสุรพล เขม้นนามัด ผู้อำนวยการโครงการชลประทานปราจีนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมวางแผนจัดการเรื่องน้ำในสถานการณ์ภัยแล้ง ที่กำลังเริ่มมีความรุนแรง และขยายวงกว้างมากขึ้น

ทั้งนี้ เนื่องจากในปัจจุบันโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้ประสบปัญหาเรื่องของน้ำที่ใช้สำหรับโรงพยาบาล เป็นปัญหาใหญ่ของทุกปี ช่วงฤดูแล้งทางโรงพยาบาลได้อาศัยแหล่งน้ำดิบจากแม่น้ำปราจีนบุรีมาใช้ผลิตน้ำประปาเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ช่วงฤดูแล้งจะมีน้ำเค็มหนุนจนส่งผลกระทบกับผู้ป่วยในโรงพยาบาล โดยเฉพาะห้องไตเทียม ตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา เริ่มมีการขาดแคลนน้ำสำหรับมาใช้ในการฟอกไต

สำหรับผู้ป่วยฟอกไตวันละประมาณ 15-20 ราย ต้องใช้น้ำประมาณ 8,000-10,000 ลิตรต่อวัน ขณะนี้ได้ขอน้ำจากทหาร กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ และมณฑลทหารบกที่ 12 และองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี มาสนับสนุนในช่วงขาดแคลน และเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้น้ำ ทางโรงพยาบาลได้ขอรับการสนับสนุน จากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล นำรถบรรทุกน้ำ เครื่องกรองน้ำระบบ OR แบบเคลื่อนที่ และทีมสำรวจขุดเจาะหาน้ำบาดาล รวมทั้งยังได้ขอสนับสนุนรถบรรทุกน้ำขนาด 12,000 ลิตร จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ค่ายพรหมโยธี องค์การบริหารส่วนตำบลฯ ทุกแห่ง และบริษัท เนสท์เล่ (ประเทศไทย) จำกัด สนับสนุนน้ำประปามาส่งให้วันละ 30,000 ลิตร คาดว่าน่าจะเพียงพอต่อสถานการณ์ภัยแล้งปีนี้

นางสาวปราณีต โชติกนกรัตน์ พยาบาลผู้เชี่ยวชาญไตเทียม กล่าวว่า เนื่องจากห้องฟอกไต ต้องการใช้น้ำคุณภาพดีเพื่อมาผลิตเป็นน้ำบริสุทธิ์สำหรับใช้ฟอกเลือด ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 59 เป็นต้นมาค่าน้ำดิบจะสูง จนไม่สามารถมาผลิตเป็นน้ำบริสุทธิ์ ซึ่งในแต่ละวันจะมีผู้ป่วยประมาณ 18-20 คน โดยเฉลี่ยทุกวันใช้น้ำประมาณ 8,000-10,000 ลิตร ใช้ในการฟอกเลือดและกระบวนการล้างเครื่องกรองน้ำให้สะอาดในช่วงกลางคืน เพื่อจะได้มาผลิตน้ำที่สะอาดบริสุทธิ์

ส่วนโรงพยาบาลอื่นๆ โดยเฉพาะโรงพยาบาลบ้านสร้าง อ.บ้านสร้าง ที่ได้รับผลกระทบสูงเช่นกัน เนื่องจากน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีมีความเค็มสูง ต้องซื้อน้ำถังมาใช้ในการล้างเครื่องมือแพทย์.